Montessori คืออะไร?
การเลี้ยงลูกแบบ Montessori คือการเน้นพัฒนาเด็กในทุก ๆ ด้าน ผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเองและการเคารพความเป็นตัวของตัวเองของเด็ก หลักการนี้ถูกคิดค้นโดย Maria Montessori นักการศึกษาชาวอิตาลี ซึ่งเชื่อว่าทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการเรียนรู้ แต่ต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนที่เหมาะสม มาดูกันว่าการเลี้ยงลูกแบบ Montessori มีวิธีการอย่างไรบ้าง
“หลักการสำคัญของ Montessori”
• เคารพความเป็นตัวของตัวเองของเด็ก
ให้เด็กมีอิสระในการเลือกและตัดสินใจเองในสิ่งที่สนใจ เช่น เลือกของเล่นหรือกิจกรรมที่อยากทำ ใครจะรู้? เด็ก ๆ อาจจะกลายเป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ หรือผู้เชี่ยวชาญการจัดเรียงของเล่นได้
พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรสังเกตและฟังความต้องการของเด็ก โดยไม่บังคับหรือกำหนดว่าจะต้องทำอะไร ให้โอกาสลูกตัดสินใจเองบ้าง บางทีลูกอาจจะบอกว่าอยากกินไอศกรีมเป็นอาหารเช้าก็ได้! (แน่นอนว่าต้องมีขอบเขตนะคะ)
• สร้างสภาพแวดล้อมที่เด็กจัดการได้เอง
จัดห้องหรือพื้นที่เล่นให้เด็กสามารถเข้าถึงอุปกรณ์และของเล่นได้เอง เช่น วางของเล่นในชั้นวางที่เด็กหยิบได้ง่าย ทำให้ลูกมีความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของร้านของเล่นตัวเล็ก ๆ

ใช้อุปกรณ์และของเล่นที่เหมาะสมกับอายุและพัฒนาการของเด็ก เช่น ของเล่นไม้ สีธรรมชาติ วัสดุที่ปลอดภัย
• การเรียนรู้ผ่านการทำ
ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง เช่น ให้เด็กช่วยทำงานบ้าน ทำสวน หรือทำอาหารง่าย ๆ จะดีแค่ไหนถ้าลูกสามารถทำขนมปังปิ้งเองได้ ถึงแม้บางทีขนมปังจะไหม้บ้าง🤭 แต่ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้นะคะ
ให้เด็กได้ทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะทำผิดพลาดบ้างก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ ถ้าลูกทำซุปหกจนทั่วครัว ก็เป็นโอกาสดีที่ได้เรียนรู้การทำความสะอาดด้วยนะคะ
• การสนับสนุนการพัฒนาทักษะ
ให้เด็กได้ใช้ของเล่นและกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะการคิด การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน เช่น ตัวต่อ เลโก้ เกมฝึกสมอง คิดดูสิคะ บางทีลูกอาจจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำจากเลโก้เพื่อให้ตุ๊กตาหมีข้ามไปหาตุ๊กตากระต่ายได้

ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยการให้คำแนะนำและคำถามที่ช่วยให้เด็กคิดและแก้ปัญหาเอง เช่น “ลูกคิดว่าเราจะทำอย่างไรดีถึงจะผูกเชือกรองเท้าได้?” บางทีคำตอบที่ได้อาจจะเป็น “เอาเทปกาวแปะก็ได้นะ”😬
“วิธีการปฏิบัติ”
• จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
จัดบ้านหรือห้องเรียนให้มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ ทำศิลปะ และเล่น ทำให้บ้านดูเหมือนสวนสนุกขนาดย่อม ลูกจะได้มีที่วิ่งเล่นได้ไม่หยุด


• สร้างกิจวัตรที่ชัดเจน
สร้างกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจน เช่น เวลาตื่นนอน เวลากินข้าว และเวลาเล่น เพื่อให้เด็กมีความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง เหมือนมีการจัดกิจกรรมในค่ายลูกเสือทุกวัน แต่ไม่ต้องเข้าป่า
ให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ช่วยจัดโต๊ะอาหาร หรือเก็บของเล่น เด็กจะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของทีมครอบครัว และยังสนุกกับการช่วยงานด้วยค่ะ
• ให้โอกาสเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เช่น การผูกเชือกรองเท้า การทำอาหารง่าย ๆ การรดน้ำต้นไม้ ใครจะรู้ว่าเด็กอาจจะมีวิธีการผูกเชือกรองเท้าที่ไม่เหมือนใคร!
สนับสนุนการเรียนรู้โดยการให้คำแนะนำและคำถามที่ช่วยให้เด็กคิดและแก้ปัญหาเอง เช่น “ลูกคิดว่าเราจะทำอย่างไรดีถึงจะผูกเชือกรองเท้าได้?” บางทีคำตอบที่ได้อาจจะเป็น “ใช้เชือกผูกรองเท้าสองเส้นก็ได้แม่!”🤔
• ให้ความสนใจและเคารพความต้องการของเด็ก
ฟังและสังเกตความต้องการและความสนใจของเด็ก โดยไม่บังคับหรือกำหนดสิ่งที่เด็กต้องทำ ถ้าลูกอยากเล่นเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ให้เขาได้ทดลองเองนะคะ แม้ว่า “การทดลอง” นั้นจะหมายถึงการผสมดินกับน้ำในห้องครัวก็ตาม
ส่งเสริมความเป็นตัวของตัวเองของเด็ก โดยให้เด็กได้เลือกกิจกรรมและของเล่นที่สนใจ บางทีเด็กอาจจะเลือกเล่นกับกล่องกระดาษมากกว่าของเล่นที่แพง ๆ เพราะกล่องกระดาษสามารถเป็นเรือ เป็นบ้าน เป็นอะไรได้หลายอย่างเลยค่ะ

“การเลี้ยงลูกแบบ Montessori ในชีวิตประจำวัน”
เช้าตรู่: ให้เด็กตื่นนอนเองและมีเวลาในการตื่นตัว เช่น ให้เด็กทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น การจัดเตียง หรือการเตรียมตัวไปโรงเรียน แค่ตื่นมาก็เป็นการผจญภัยใหม่ในแต่ละวัน
กลางวัน: ให้เด็กมีโอกาสเลือกอาหารและช่วยเตรียมอาหาร เช่น การล้างผัก ตักข้าว หรือจัดจาน อาจจะมีผักบางชนิดหายไปในกระบวนการล้างผัก🤭 แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ
บ่าย: ให้เด็กมีเวลาสำหรับการเรียนรู้และเล่น เช่น การทำการบ้าน การอ่านหนังสือ หรือการเล่นของเล่นที่พัฒนาทักษะ อาจจะต้องเตรียมตัวรับมือกับคำถามแปลก ๆ เช่น “ทำไมท้องฟ้าเป็นสีฟ้า?”
เย็น: ให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำงานบ้าน เช่น การเก็บโต๊ะอาหาร การทำความสะอาด หรือการจัดของเล่นให้เป็นระเบียบ อาจจะต้องเตรียมตัวรับมือกับการทำงานบ้านที่กลายเป็นการเล่นซ่อนหา
ก่อนนอน: ให้เด็กมีเวลาผ่อนคลาย เช่น การอาบน้ำ การฟังนิทาน หรือการพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น บางทีนิทานก่อนนอนที่เด็กชอบฟังอาจจะกลายเป็นเรื่องผจญภัยในป่าหิมพานต์ที่มีทั้งช้าง นก และไดโนเสาร์
การเลี้ยงลูกแบบ Montessori ช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเอง มีความรับผิดชอบ และสามารถจัดการกับปัญหาได้ดีขึ้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้และการเคารพความเป็นตัวของตัวเองของเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็กพัฒนาศักยภาพของตนเองในทุกด้าน
…แล้วคุณจะพบว่าการเลี้ยงลูกสามารถเป็นการผจญภัยที่สนุกสนานได้ทุกวัน
Sources:
©2024Tender. All Rights Reserved.
